
โครงการประกวด “ หนึ่งโรงเรียน หนึ่งแผนงานสิ่งแวดล้อมศึกษา เลาดาโตซี ” ปีที่ 5
1. หลักการและเหตุผล
พระเป็นเจ้าทรงสร้างโลกขึ้นมา เพื่อให้มนุษย์ทุกคนและสิ่งสร้างทั้งมวลอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข และเจริญก้าวหน้าพัฒนาอย่างยั่งยืน แต่มนุษย์กลับทาลายโลกที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น เพราะความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ การรักความสะดวกสบาย การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย จนเกิดเป็นวัฒนธรรมทิ้งขว้าง และวิกฤติปัญหามากมาย ตลอดจนภัยพิบัติร้ายแรงและโรคระบาด ที่ส่งผลกระทบทั่วไปในโลก
วันที่ 24 พฤษภาคม 2015 พระสันตะปาปาฟรังซิส จึงทรงออกพระสมณสาสน์ “Laudato Si” เรื่อง “การดูแลรักษาโลก บ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน” อันเป็นเอกสารเพื่อช่วยกระตุ้นเตือนและปลุกจิตสานึก ในการแก้ไขวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการกระทำของมนุษย์ จึงถือเป็นเอกสารสาคัญที่มีผลต่อชีวิตและสังคมของทุกคนและทุกสรรพสิ่งในโลก
“การศึกษาเป็นกิจการแห่งความหวัง” พระสันตะปาปาฟรังซิสทรงกล่าวในการเปิดประชุมด้านการศึกษา เรื่อง “Global Compact on Education” เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2020 เพื่อเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนด้านการศึกษา ทั้งในระดับภูมิภาคท้องถิ่นและในระดับโลก ร่วมมือกันอย่างจริงจังในการจัดการศึกษาสาหรับเด็ก และเยาวชน มิใช่เพื่อการเพิ่มพูนความรู้เท่านั้น แต่เพื่อให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาสาหรับพวกเขา และเพื่อพวกเขาจะได้ทำหน้าที่ของพวกเขาอันเป็นส่วนสาคัญในการแก้ไขปัญหา และวิกฤติต่างๆ ในสังคม รวมทั้งการปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อม อันเป็นหัวข้อหลักเรื่องหนึ่งของการประชุมครั้งนี้
ดังนั้น การจัดทำแผนการอบรมด้านสิ่งแวดล้อม จะมีส่วนช่วยส่งเสริมการศึกษาอบรมในโรงเรียน ให้สอดคล้องกับคำสอนและข้อเรียกร้องของพระศาสนจักร และตอบสนองต่อความจำเป็นในการเผชิญวิกฤติปัญหาต่างๆ ในสังคมโลก เป็นทั้งภูมิคุ้มกันสำหรับเด็กและเยาวชน และเตรียมพวกเขาให้พร้อมเป็นผู้นำในการแก้ไขวิกฤติและดูแลสังคมต่อไป
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อปลุกจิตสำนึก และรณรงค์ให้เกิดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม อันเป็นบ้านของมนุษย์ทุกคน เป็นการตอบข้อเรียกร้องหลักเรื่องหนึ่งในการประชุม “Global Compact on Education”
2.2 เพื่อส่งเสริมสถานศึกษาในการจัดแผนงานการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม ตามบริบทของโรงเรียน ครอบคลุม และตอบสนองต่อคำสอนคาทอลิกด้านสังคม ตามแนวทางของสมณสาสน์ Laudato Si
2.3 เพื่อเผยแพร่ผลงาน “ หนึ่งโรงเรียน หนึ่งแผนงานสิ่งแวดล้อมศึกษา เลาดาโตซี ” เป็นต้นแบบสถานศึกษา ที่มีคุณภาพในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
3. เป้าหมาย / ผลที่คาดหวัง / ตัวชี้วัดความสาเร็จ ( KPI )
3.1 เชิงปริมาณ โรงเรียนคาทอลิกในพื้นที่อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 60%
3.2 เชิงคุณภาพ มีโรงเรียนที่เข้าร่วมและพัฒนาจนสามารถเป็น โรงเรียนต้นแบบ ที่มีแผนงานสิ่งแวดล้อมศึกษา ตามจิตตารมณ์พระสมณสาสน์ “Laudato Si” ที่มีคุณภาพ และสามารถเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่นและชุมชนภายนอกได้
4. สถานที่ปฏิบัติงาน โรงเรียนสังกัดฝ่ายการศึกษา, โรงเรียนสังกัดคณะนักบวช ในพื้นที่อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
5. ระยะเวลาดำเนินการ เดือน พฤษภาคม 2569 – มิถุนายน 2570 ( ได้จัดการประกวดมาแล้ว 4 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 5 )
6. วิธีการดำเนินงาน
6.1 ประชาสัมพันธ์โครงการ “หนึ่งโรงเรียน หนึ่งแผนงานสิ่งแวดล้อมศึกษา เลาดาโตซี” เดือนพฤษภาคม 2569
6.2 รับสมัครโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ภายในวันที่ 19 มิถุนายน 2569
6.3 งานเสวนาผู้นำครู เพื่อพัฒนาแผนงานสิ่งแวดล้อมศึกษา เลาดาโตซี และชี้แจงหลักเกณฑ์การให้รางวัล ในวันที่ 26 - 27 มิถุนายน 2569
6.4 ค่ายผู้นานักเรียน “บ้านของเรา เลาดาโตซี” 30 -31 สิงหาคม 2569
6.5 งานสิ่งแวดล้อมศึกษาเลาดาโตซี ฉลอง 800 ปี นักบุญฟรังซิส แห่งอัสซีซี ในวันที่ 1 กันยายน 2569
6.6 กำหนดส่งแผนงานเพื่อประกวด ภายในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569
6.7 คณะกรรมการประเมินผลงานจากเอกสาร ในเดือนธันวาคม 2569
6.8 คณะกรรมการเยี่ยมชมการดำเนินแผนงานฯ ในแต่ละโรงเรียน ระหว่างวันที่ 8 ธันวาคม 2569– 26 กุมภาพันธ์ 2570
6.9 ประกาศผลการประกวด ภายในเดือนมีนาคม 2570
6.10 รับรางวัลในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีของฝ่ายการศึกษาฯ เดือนมิถุนายน 2570 เผยแพร่ผลงานเพื่อเป็นต้นแบบให้โรงเรียนต่างๆ สามารถนำไปใช้ได้
7. การส่งผลงาน
7.1 กำหนดจัดทำเล่มผลงาน “ หนึ่งโรงเรียน หนึ่งแผนงานสิ่งแวดล้อมศึกษา เลาดาโตซี ”
- โดยใช้ตัวอักษรแบบ TH Saraban PSk ขนาดตัวอักษร 16 pt ความยาวไม่เกิน 50 หน้า กระดาษ A4
- ส่งในรูปแบบไฟล์ PDF จานวน 1 ไฟล์ พร้อมแนบสื่อประกอบ เช่น คลิปวีดีโอ หรือสื่อการสอนต่างๆ
7.2 เล่มผลงานประกอบด้วยหัวข้อเนื้อหา ดังต่อไปนี้
- ชื่อแผนงานสิ่งแวดล้อมศึกษาของโรงเรียน
- ที่มาและความสำคัญในการดำเนินแผนงาน และอธิบายสภาพสิ่งแวดล้อมโดยทั่วไปของโรงเรียน
- คำสอนด้านสังคม ตามพระสมณสาสน์เลาดาโตซี ที่นำมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน
- ขั้นตอน และวิธีการดำเนินงาน
- ผู้มีส่วนร่วมในแผนงาน
- ผลงานที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน ในรูปแบบของแผนการสอน หรือกิจกรรม ตามความเหมาะสม
- สรุปสิ่งที่เรียนรู้และการถอดบทเรียน
- แนวทางในการพัฒนาและนำไปใช้อย่างยั่งยืน
- ภาคผนวก เช่น สื่อที่ใช้ในแผนงาน
7.3 นำเสนอแผนงาน โดยสังเขป เป็นคลิปวีดีโอ ความยาวไม่เกิน 10 นาที
7.4 ส่งไฟล์แผนงาน และคลิปวีดีโอ ได้ที่ E-Mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
8. คุณสมบัติของโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ เป็นโรงเรียนในเครือคาทอลิก ในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ (ทั้งในสังกัดสังฆมณฑล, นักบวช และฆราวาส)
9. เกณฑ์การประเมินแผนงาน
ในปีการศึกษานี้ ได้มีการปรับเกณฑ์การประเมินให้ดำเนินการได้ง่ายขึ้น โดยใช้แนวคิดพื้นฐานซึ่งมีที่มาจาก 3 แหล่งความรู้ คือ พระสมณสาสน์ Laudato Si' / พระสมณสาส์นเตือนใจ Laudate Deum / และประเด็นยุทธศาสตร์ B.E.E.E. เนื้อหาทั้งสามแหล่งความรู้นี้ สอดคล้องกัน และเสริมพลังซึ่งกันและกัน โดยวางเป็นเกณฑ์การประเมินได้ 6 องค์ประกอบ ดังนี้
องค์ประกอบที่ 1 การบริหารงาน
1.1 นโยบายและวิสัยทัศน์
1.2 แผนงานที่ครอบคลุมทุกมิติ
1.3 คณะทำงานและการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร
1.4 การจัดสรรและหาแหล่งสนับสนุนทรัพยากร
องค์ประกอบที่ 2 การส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ
2.1 ความรู้ความเข้าใจของครูและบุคลากร
2.2 มีการจัดการองค์ความรู้ และการจัดตั้งกลุ่มครูแกนนำ
2.3 มีการจัดการองค์ความรู้ และการจัดตั้งนักเรียนแกนนำ
2.4 แหล่งเรียนรู้ และผลงานด้านนิเวศวิทยาเชิงบูรณาการ ภายในสถานศึกษา และภายนอก
องค์ประกอบที่ 3 การจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม
3.1 การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการดูแลระบบนิเวศ
3.2 การจัดการทรัพยากร พลังงาน และเศรษฐกิจเชิงนิเวศ
3.3 จิตวิญญาณเชิงนิเวศ และการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
องค์ประกอบที่ 4 การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในโรงเรียนและสังคม
4.1 การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
4.2 การอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น
4.3 การดูแลผู้ด้อยโอกาส และส่งเสริมความยุติธรรมในสังคม
4.4 วัฒนธรรมองค์กร และความรับผิดชอบต่อสังคม
องค์ประกอบที่ 5 การติดตามและประเมินผล
5.1 จัดทาฐานข้อมูลทรัพยากร เพื่อการติดตามและประเมินผล
5.2 การประเมินผลจากการเปลี่ยนพฤติกรรม
องค์ประกอบที่ 6 การเผยแพร่และการขยายผล
6.1 การเผยแพร่ผลงาน
6.2 การเป็นผู้นาประสานความร่วมมือในการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม
10. รางวัลจัดเป็นระดับมาตรฐาน 4 ระดับ
1) รางวัลโรงเรียนต้นแบบสิ่งแวดล้อมศึกษาเลาดาโตซี
2) รางวัลโรงเรียนดีเด่นแผนงานสิ่งแวดล้อมศึกษาเลาดาโตซี
3) รางวัลโรงเรียนมาตรฐานแผนงานสิ่งแวดล้อมศึกษาเลาดาโตซี
4) รางวัลแผนงานสิ่งแวดล้อมศึกษาเลาดาโตซี
* ทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมการประกวดและผ่านเกณฑ์การประกวด จะได้รับโล่รางวัล และเกียรติบัตร
หมายเหตุ * ประเด็นยุทธศาสตร์ BEEE คือ
B = biodiversity ความหลากหลายทางชีวภาพ
E = ecosystem ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในแหล่งที่อยู่อาศัย ณ ที่ใดที่หนึ่ง
E = energy พลังงาน
E = equity ความเที่ยงตรง ความเสมอภาค
คณะกรรมการตัดสินการประกวด
1. ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ประธานคณะกรรมการ
ที่ปรึกษาอาวุโส องค์การระหว่างประเทศ
เพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN-Thailand)
2. คุณพ่อ สราวุธ อมรดิษฐ์ กรรมการที่ปรึกษา
ผู้อำนวยการฝ่ายสังคม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
3. คุณ ยุพดี สิริรัชต์กุล กรรมการที่ปรึกษา
นายกสมาคมสตรีไทยคาทอลิก
4. อาจารย์ นวภรณ์ ศรีสราญกุลวงศ์ กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิชาการ และสิ่งแวดล้อม
อาจารย์ประจำ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
5. อาจารย์ กชกร วิสุทธิวสุธาร กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อม
นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา
6. คุณครู วัลย์ณภัสร์ สุขะวัธนกุล กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานการศึกษา
สำนักมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา
ฝ่ายการศึกษา อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
7. คุณครู กัญณัฐฐ์ เอื้อภราดร กรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิทยาศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม
ครูกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
8. คุณครู กิติพร จันทร์แก่น กรรมการ ด้านจิตตาภิบาล
9. คุณครู ปรียารัตน์ ศรจันทร์ กรรมการ ผู้แทนเขต 1
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจิตตาภิบาล
โรงเรียนกุหลาบวิทยา
10. คุณครู ละเอียด ศรีวรนันท์ กรรมการ ผู้แทนเขต 2
หัวหน้างานสิ่งแวดล้อม
โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์
11. คุณครู วชิระ พิมพ์ปราโมทย์ กรรมการ ผู้แทนเขต 3
ผู้ช่วยผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ
โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ธนบุรี
12. คุณครู สุรีรัตน์ จันทโชติ กรรมการ ผู้แทนเขต 4
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทั่วไป
โรงเรียนดาราสมุทร
13. คุณครู ธีระวัฒน์ ทุ่งคา กรรมการ ผู้แทนเขต 4
หัวหน้าศูนย์คาร์บอนต่ำและหัวหน้างานทะเบียนวัดผล (ฝ่ายวิชาการ)
โรงเรียนเซนต์เทเรซา
14. คุณครู จารุวรรณ เจริญวงษ์ กรรมการ ผู้แทนเขต 4
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ (ประถม)
โรงเรียนเซนต์เทเรซา
15. คุณครู นิพนธ์ สมบูรณ์พูลเพิ่ม กรรมการ ผู้แทนเขต 5
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจิตตาภิบาล
โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ แผนกชาย
16. คุณครู ณรงค์ ศรีเมือง กรรมการ ผู้แทนเขต 5
หัวหน้างานเทคโนโลยี
โรงเรียนบอสโกพิทักษ์
17. คุณครู นิวัฒน์ แก้วประเสริฐ กรรมการ ผู้แทนเขต 6
ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริการ
โรงเรียนยอแซฟอยุธยา
18. คุณ บุญลือ ราชกิจ กรรมการจากฝ่ายสังคม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
19. คุณ อรณิชา บุระตะ กรรมการจากฝ่ายสังคม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
20. คุณ พัชวัสส์ เจียมจิรอานนท์ กรรมการจากฝ่ายสังคม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ


ผลการประกวด
โครงการหนึ่งโรงเรียน หนึ่งแผนงาน สิ่งแวดล้อมศึกษา เลาดาโตซี ปีที่ 4

.jpg)

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนชาย
"บ้านบุตรยอแซฟ" (The Son of Joseph House)
ความเป็นมาของบ้านบุตรยอแซฟ
อาคารบ้านบุตรยอแซฟในอดีตเป็นโรงเรียนในสังกัดของวัดนักบุญยอแซฟ หนองรี ชื่อว่า โรงเรียนสิงห์ประสาทวิทยา เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึง ประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อตั้งใน ปี ค.ศ.1937 (พ.ศ.2480) และดำเนินกิจการเรื่อยมา จนกระทั่งในปี ค.ศ.2003 ทางอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้มีการก่อสร้างโรงเรียนหลังใหม่เพื่อรองรับงานด้านการศึกษาในแถบภูมิภาคนี้ ในที่ดินตามแผนผังที่จัดใหม่ของวัดนักบุญยอแซฟ หนองรี ซึ่งโรงเรียนหลังใหม่นี้ได้ย้ายจากที่เดิมของโรงเรียนหลังเก่า ไปก่อสร้างในพื้นที่ที่เคยเป็นสวนไผ่ตงและสวนมะม่วง และได้เปลี่ยนชื่อจาก “โรงเรียนสิงห์ประสาทวิทยา” เป็น “โรงเรียนนักบุญยอแซฟอุปถัมภ์” และเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อรองรับจำนวนนักเรียนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อย จปร. ย้ายจากกรุงเทพฯ มาอยู่ในเขต จังหวัดนครนายก จึงเป็นเหตุให้อาคารหลังนี้ว่างลง
ศูนย์อภิบาลบ้านผู้สูงอายุ หนองรี นครนายก เกิดขึ้นจากดำริของพระคาร์ดินัล ไมเกิ้ล มีชัย กิจบุญชู พระอัครสังฆราชแห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ในขณะนั้น โดยใช้ชื่อว่า “บ้านยอแซฟ” เมื่อปี ค.ศ.1992 ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาครอบครัวกวินเลิศวัฒนา ซึ่งได้จัดตั้งมูลนิธิเพื่อดูแลและอภิบาลผู้สูงอายุในละแวกนั้นอยู่แล้ว และเมื่ออาคารเรียนเก่าของโรงเรียนสิงห์ประสาทเดิมว่างลงในปี ค.ศ.2003 นั้น คุณพ่อเจ้าอาวาสจึงได้ปรึกษาร่วมกับคณะกรรมการสภาภิบาลของวัดเกี่ยวกับโครงการบ้านผู้สูงอายุ และมีความเห็นว่าบริเวณที่ดินโรงเรียนนั้นมีความเหมาะสม เพราะอยู่ใกล้กับวัดและชุมชน จึงสะดวกในการอภิบาลและดูแลผู้สูงอายุที่จะเข้ามาพัก จึงได้นำเสนอความเห็นนี้ต่อพระคุณเจ้าพระคาร์ดินัลไมเกิ้ลมีชัย กิจบุญชู ซึ่งท่านก็ได้กรุณาอนุมัติให้ดำเนินการปรับปรุงโรงเรียนหลังเก่าเพื่อใช้เป็นศูนย์อภิบาลผู้สูงอายุ โดยมอบหมายให้แผนกก่อสร้างของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ดำเนินการปรับปรุงจนแล้วเสร็จ และได้มีพิธีเสกและเปิดอาคาร “ศูนย์อภิบาลผู้สูงอายุ บ้านยอแซฟ” เมื่อ ค.ศ.2008
ในปี ค.ศ.2019 เมื่อศูนย์อภิบาลผู้สูงอายุ บ้านยอแซฟ ได้เปิดทำการมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง อาคารมีความชำรุดทรุดโทรม ทางอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ จึงต้องการที่จะปิดปรับปรุงบ้านยอแซฟ และดำเนินการย้ายผู้สูงอายุที่ยังพักอาศัยอยู่ ไปที่บ้านผู้สูงอายุพระวิสุทธิวงส์ ลำไทร จ.ปทุมธานี
ปัจจุบัน อาคารแห่งนี้ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงเพื่อใช้เป็น “ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนชาย บ้านบุตรยอแซฟ” เป็นสถานที่ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนชาย ภายใต้การดูแลของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ มอบหมายให้สถาบันธิดาพระราชินีมาเรียผู้นิรมล โดยมี มารีอา ประภาพร บวกหาร เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ ในการเป็นผู้ให้การอบรมดูแลเด็กและเยาวชนชายระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3
![]() |
![]() |
![]() |
|
มารีอา ประภาพร บวกหาร ผู้อำนวยการ |
มาสเตอร์ พิพัฒน์ อภิรักษ์พีรศิลป์
ครูผู้ดูแลนักเรียนมัธยมศึกษา
|
มิส อรพรรณ จันทรเปรม
ครูผู้ดูแลนักเรียนประถมศึกษา
|
“ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนชาย บ้านบุตรยอแซฟ” มีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. ส่งเสริมสนับสนุนเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางสังคมให้ได้รับการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านสติปัญญา
2. ส่งเสริมสนับสนุน การพัฒนาทักษะชีวิตและศักยภาพของเด็กและเยาวชน ในเรื่องที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตตามช่วงวัยในทุกมิติ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ จิตวิญญาณ ให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และฝึกทักษะชีวิตด้านต่างๆ อย่างเหมาะสมตามศักยภาพ สามารถเติบโตเป็นคนดีและมีคุณภาพของสังคม


คุณสมบัติของเด็กศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนชาย บ้านบุตรยอแซฟ
1. เด็กและเยาวชนคาทอลิกหรือที่นับถือต่างความเชื่อแล้วแต่กรณี ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - มัธยมศึกษาปีที่ 3
2. อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ของสังฆมณฑลนครสวรรค์ สังฆมณฑลเชียงใหม่ สังฆมณฑลเชียงราย และ/หรือสังฆมณฑลอื่น ซึ่งได้รับการรับรองและคัดกรองโดยพระสงฆ์ผู้รับผิดชอบในแต่ละสังฆมณฑล ตามเกณฑ์ต่อไปนี้
2.1 เป็นเด็กที่มีสภาพครอบครัวยากจน อยู่ในภาวะยากลำบากต่อการเลี้ยงดูบุตร หรือสภาพครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่เลี้ยงเดี่ยว
2.2 ครอบครัวหรือญาติพี่น้องไม่สามารถให้การดูแล ทำให้ขาดโอกาสทางการศึกษา ไม่สามารถส่งเสริมสนับสนุนเด็กให้เกิดการพัฒนา ทักษะชีวิตและศักยภาพในเรื่องที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้
3. ได้รับการยินยอมจากครอบครัว ให้เด็กได้พักอาศัยภายในศูนย์ฯ ภายใต้การปกครองดูแล โดยมอบอำนาจให้ผู้ที่รับผิดชอบ มีสิทธิ์ในการดูแลเด็ก และตัดสินใจในเรื่องสำคัญเร่งด่วน หรือจำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้
4. ยอมรับวิธีการ ขั้นตอน และแนวทางในการปกครองดูแลที่เหมาะสม ตามดุลยพินิจของผู้ให้การอบรม ให้ความเคารพ และให้เกียรติต่อผู้อบรม โดยไม่กระทำการใดๆ อันแสดงถึงการต่อต้านทั้งทางตรงและทางอ้อม


การให้การอบรม
- ให้นักเรียนได้รับการศึกษา ที่โรงเรียนนักบุญยอแซฟอุปถัมภ์ หนองรี นครนายก
- ให้นักเรียนมีระเบียบวินัย ห่างไกลยาเสพติดและเครื่องมือสื่อสาร
- ให้นักเรียนฝึกทักษะชีวิต ในการเข้าใจตนเอง สังคม และการเป็นพลเมืองที่ของชาติ
- ให้นักเรียนฝึกฝนคุณธรรมความซื่อสัตย์ ความสุภาพถ่อมตน ความขยันขันแข็ง ฯลฯ
- ให้นักเรียนฝึกทักษะทางด้านภาษา ดนตรี กีฬา เป็นต้น
- ให้การอบรมนักเรียนทางด้านจิตใจ: สวดภาวนาเช้า-เย็น นั่งสมาธิ รำพึงพระวาจา สวดสายประคำ และร่วมพิธิบูชาขอบพระคุณทุกวันอาทิตย์ เป็นต้น
- ให้นักเรียนมีจิตสาธารณะและเสียสละเพื่อส่วนรวม: การช่วยงานของโรงเรียน วัด ชุมชน และบ้าน ตามกำลังความสามารถ

ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนชาย "บ้านบุตรยอแซฟ" (The Son of Joseph House)
162 ม.8 ต.ศรีกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก โทร. 063 223 6651 และ 063 875 4937

+

วิสัยทัศน์ พันธกิจ และนโยบายปฏิบัติหลัก เพื่อการพัฒนาชีวิตและพันธกิจของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ค.ศ.2020
นโยบายปฏิบัติหลัก เพื่อการเจริญชีวิตและปฏิบัติพันธกิจ งาน โครงการ กิจกรรม ในปี ค.ศ. 2020
1. เพื่อคริสตชนทุกคนมีความเข้าใจกฤษฎีกาสมัชชาฯ 2015 และลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
2. เพื่อเสริมสร้างชีวิตแห่งการเป็นศิษย์พระคริสต์ที่มีพระวาจาเป็นศูนย์กลาง และเป็นศิษย์ธรรมทูตที่แท้จริงท่ามกลางสังคมโลกปัจจุบัน โดยอาศัยวิถีชุมชนคริสตชนย่อย และชีวิตหมู่คณะของชุมชนคริสตชนในรูปแบบใหม่
3. เพื่อให้ความสำคัญกับชีวิตครอบครัว ตามคำสอนของพระศาสนจักร และคำสอนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส
4. เพื่อเน้นความเอาใจใส่ต่อสิ่งแวดล้อม ตามสมณสาสน์ Laudato Si’
5. เพื่อใช้สื่อสมัยใหม่ในงานอภิบาลและประกาศข่าวดีอย่างเต็มที่
6. เพื่อให้มีการประเมินผลโครงการ/กิจกรรมต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพตอบสนองเป้าหมาย
7. เพื่อการจัดการศึกษา การอบรมบุคลากร ที่มีความเสมอภาคตามเจตนารมณ์พระวรสาร ในชุมชนวัด โรงเรียน เป็นสนามประกาศข่าวดี
8. เพื่อการเฉลิมฉลอง 350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม และ การฉลองปีพระวาจา ตามคำเชิญชวนของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส และสหพันธ์คาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์ ในปี ค.ศ. 2020

ศูนย์คาทอลิกนักบุญอันนาเพื่อผู้อพยพย้ายถิ่น
ศูนย์คาทอลิกนักบุญอันนาเพื่อผู้อพยพย้ายถิ่น ตั้งอยู่ในบริเวณวัดนักบุญอันนา ท่าจีน จ.สมุทรสาคร เพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านมนุษย์ธรรม เป็นต้นในเรื่องการให้การศึกษา การดูแลสุขอนามัย ส่งเสริมวัฒนธรรมชุมชนแก่กลุ่มแรงงานอพยพที่เข้ามาทำงานในเขตจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า มอญ เขมร ฯลฯ โดยการสนับสนุนของอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นพันธกิจในงานด้านสังคม ในการปฏิบัติความรักต่อเพื่อนพี่น้อง คนด้อยโอกาส คนชายขอบสังคมและคนพลัดถิ่น


ปัจจุบัน(พ.ศ.2567) ศูนย์ 3 ศูนย์ ส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างด้าวชาติพันธ์ พม่า มอญ กะเหรี่ยง โดยทั้ง 3 ศูนย์มีเด็กมาเรียนเฉลี่ยราว 498 คน
1. ศูนย์คาทอลิกนักบุญอันนาเพื่อผู้อพยพย้ายถิ่น St.Ann Catholic Center For Migrants (ACCM)
ตั้งอยู่ที่ 79 ม.4 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร,
034 819 056
เปิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2010 ณ ปัจจุบัน(ปี 2567)มีเด็กมาเรียนวันละ 175 คน ชาย 95 คน หญิง 80 คน
2. ศูนย์มาริสต์เพื่อผู้อพยพย้ายถิ่น Marist Center For Migrants (MCM)
ตั้งอยู่ที่ 942/10 ถ.เศรษฐกิจ 1 ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
เปิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2011 ปัจจุบัน(ปี 2567)มีเด็กมาเรียนวันละ 142 คน ชาย 68 คน หญิง 74 คน
3. ศูนย์คาทอลิกนักบุญยออากิมเพื่อผู้อพยพย้ายถิ่น St.Joachim Catholic Center For Migrants (JCCM)
ตั้งอยู่ที่ 135 หมู่ 7 อาคาร 33 ตำบลท่าจีน อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เปิดการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2011 ปัจจุบัน(ปี 2567)มีเด็กมาเรียนวันละ 181 คน ชาย 83 คน หญิง 98 คน

วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้พลัดถิ่น แรงงานต่างด้าวและผู้ติดตาม(บุตร)ในเรื่องการศึกษา สุขภาพ และอนามัย
2.เพื่อส่งเสริมการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรมเพื่อความเป็นอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
3.เพื่อส่งเสริมให้ผู้พลัดถิ่น แรงงานต่างด้าวและผู้ติดตาม(บุตร)สามารถพึ่งตนเองได้
4.เพื่อส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และลดความยากไร้แก่ผู้พลัดถิ่นและแรงงานต่างด้าว


กิจกรรม
1. ให้การศึกษาแก่เด็กต่างด้าวอายุตั้งแต่ 4-15 ปี
2. สอนภาษาไทยให้แก่วัยแรงงานในวันอาทิตย์
3. ส่งเสริมเรื่องสุขภาพอนามัย และช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วยแก่แรงงานต่างด้าวและผู้ติดตาม
4. จัดกิจกรรมให้ความรู้ในด้านต่างๆ แก่ผู้ปกครอง และเด็กๆ
5. จัดกิจกรรมเพื่อให้แรงงานต่างด้าวและเด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมวันสำคัญ และเทศกาลสำคัญต่างๆ
6. ดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นการให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวทั่วๆไป เช่น กรณีให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวที่ประสบปัญหา, การทำ Passportให้กับเด็กๆที่เรียนที่ศูนย์ฯ เป็นต้น

สถานที่ติดต่อ
ศูนย์คาทอลิกนักบุญอันนาเพื่อผู้อพยพย้ายถิ่น
วัดนักบุญอันนา ท่าจีน
79 ม.4 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
โทร.(034)819-056 ถึง 7
| jan 1,2015 | อยุธยา | ประชุม |
| sep 3,2015 | นครปฐม | ประชุม |
แผนกงานต่างๆ ในฝ่ายสังคม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
--------------------------------------------------------
- คลิป1
- คลิป2
- คลิป3
- คลิป4
- Fratelli Tutti




