20 มิถุนายน 2569 แผนกสตรีคาทอลิก ฝ่ายสังคม อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ร่วมกับสำนักเลขาธิการของสภาพระสังฆราชคาทอลิกฯ , คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม แผนกสตรี, สมาคมสตรีไทยคาทอลิก, ชมรมนักธุรกิจและผู้บริหารคาทอลิก และสื่อมวลชนคาทอลิกแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการร่วมมือในการก้าวเดินไปด้วยกันระหว่าง 6 องค์กร ได้จัดกิจกรรมโครงการฟื้นฟูชีวิตคริสตชน หัวข้อ “ร่วมก้าวเดินในเอกภาพ มีส่วนร่วม และพันธกิจการพัฒนาสังคมและครอบครัว” เพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับการก้าวเดินไปด้วยกัน (Synodality) และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของคริสตชนในพันธกิจของพระศาสนจักร
สรุปประเด็นสำคัญจากการบรรยาย
ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องทิศทางของพระศาสนจักรที่มีพันธกิจเดียวกัน ในความเป็น Unity in Diversity ผู้รับศีลล้างบาปทุกคนต้องเป็นธรรมฑูตประกาศความรักของพระคริสตเจ้าด้วยวิถีชีวิต เพื่อให้โลกมีความหวัง มีพลังใจให้แก่กันและกัน
1. วิถีการก้าวเดินไปด้วยกันของพระศาสนจักร (Synodality) โดย พระคุณเจ้าวีระเดช ใจเสรี
• พระศาสนจักรเปรียบเสมือนต้นไม้ที่เติบโตและก้าวเดินเสมอ โดยมีศีลมหาสนิทเป็นศูนย์กลางที่รวบรวมประชากรของพระเจ้าให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
• คริสตชนที่แท้จริงต้องเจริญชีวิตด้วยความรัก แบ่งปัน สร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และเป็นผู้สร้างสันติ ตามแบบอย่างคริสตชนสมัยแรกเริ่ม
• สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสทรงมุ่งหวังให้พระศาสนจักรก้าวเดินไปพร้อมกับมวลมนุษยชาติ ซึ่งวิถีนี้ประกอบด้วย 3 คำสำคัญ คือ เอกภาพ การมีส่วนร่วม และพันธกิจ
• การทำงานต้องเริ่มจาก "การรับฟัง" อย่างเปิดใจโดยไม่ตัดสิน และการตัดสินใจร่วมกันต้องมาจากการปรึกษาหารือและสวดภาวนาเพื่อแสวงหาพระประสงค์ของพระจิตเจ้า
• อุปสรรคสำคัญของการก้าวเดินไปด้วยกันคือการยึดติดกับอัตตา คริสตชนจึงต้องกล้าที่จะก้าวออกจากตัวเองเพื่อไปสู่เพื่อนมนุษย์
2. ความรักของพระเยซูเจ้า จากสมณสาส์น "Dilexit Nos" โดย คุณพ่อภฤศ ทิพย์ทอง
• ในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความฉาบฉวย มนุษย์จำเป็นต้องทวงคืน "หัวใจ" ให้เป็นศูนย์รวมของร่างกายและจิตวิญญาณ เพื่อเชื่อมโยงกับพระเจ้า เพราะเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนความรักได้
• ความรักของพระเยซูเจ้าไม่ใช่ทฤษฎี แต่เป็นการกระทำที่เข้าถึงผู้คน ทรงสัมผัส ใกล้ชิด และร่วมรับรู้ความทุกข์ของมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม
• การนมัสการพระฤทัยพระเยซูเจ้าคือการนมัสการพระองค์ทั้งครบ โดยบาดแผลของพระองค์คือน้ำพุแห่งพระหรรษทานที่มาเยียวยามนุษย์ผ่านศีลมหาสนิทและศีลอภัยบาป
• คริสตชนต้องมีพันธกิจเป็น "ธรรมทูตแห่งความรัก" ออกไปรับใช้สังคมและเยียวยาความแตกแยก โดยขับเคลื่อนด้วยความอ่อนโยน โดยมีพระเยซูเจ้าเป็นแบบอย่าง
3. พันธกิจต่อผู้ยากไร้ จากพระสมณสาส์นเตือนใจ “Dilexi Te” โดย มาเซอร์ มารี หลุยส์ พรฤกษ์งาม
• แก่นแท้ของพระวรสารคือความรักต่อพระเจ้าต้องไม่แยกออกจากการรักผู้ยากไร้ โดยมองว่า "คนยากจนคือทรัพย์สมบัติของพระศาสนจักร" และเป็นบุคคลที่เราจะได้พบกับพระคริสตเจ้า
• ความยากจนในสังคมปัจจุบันไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเงินทอง แต่รวมถึงการขาดศักดิ์ศรีและความยากจนทางจิตใจ ซึ่งมักเกิดจากระบบโครงสร้างสังคมที่ไม่เป็นธรรม ไม่ใช่เพราะความขี้เกียจ
• พระศาสนจักรมีพันธกิจในการช่วยเหลือทุกคน โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา รวมถึงผู้ยากไร้ ผู้ป่วยทั้งทางกายและจิตใจ จัดการศึกษาให้เด็กยากจน ช่วยเหลือผู้อพยพ และต่อต้านการค้ามนุษย์
• สิ่งใดที่เราสะสมไว้เกินความจำเป็น สิ่งเหล่านั้นถือเป็นของคนยากจน ไม่ใช่ของเรา
• สำหรับการนำไปปฏิบัติในสังคมไทย ควรเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างเท่าเทียม สร้างวัฒนธรรมการเอาใจใส่ และเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เช่น การกล่าว "ขอบคุณ" และ "ขอโทษ" กับบุคคลที่มักถูกมองข้าม (เช่น รปภ. แม่บ้าน แท็กซี่)
ส่วนในช่วงบ่าย เป็นการเสวนาโต๊ะกลม ภายใต้วิถีของซีนอด ดำเนินรายการโดยคุณพ่ออนุชา ไชยเดช และผู้ร่วมเสวนา อีก 6 ท่านจากหลากหลายกลุ่มงาน อาทิ สภาพระสังฆราช นักบวช ชีวิตครอบครัว นักธุรกิจคาทอลิก สตรี และเยาวชน ปิดท้ายด้วยการสนทนากลุ่มในแบบการนำทางของพระจิต Spirit Conversation
นับเป็นประสบการณ์การก้าวเดิน อีกขั้นหนึ่งของการทำให้วิถีซีนอด เป็นวิถีชีวิตคริสตชนในประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วม 90 คนและทางออนไลน์เป็นจำนวนมาก
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
